dot dot
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)
ภูมิพโลภิกขุ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สิริกิตยสมบูรณสวางควัฒน์ วรขัตติยราชสันตติวงศ์ มหิตลพงศอดุลยเดช จักรีนเรศยุพราชวิสุทธิ  สยามมกุฎราชกุมาร
dot
ประมวลภาพกิจกรรม
dot
bulletภาพ งานก่อสร้าง
bulletภาพ งานสร้างอาคาร
bulletสงเคราะห์โรงเรียน
bulletคนปลูกป่าพัฒนาอาราม
bulletอัลบั้มรวมภาพ
bulletทำเนียบวัด
bulletภาพเก่า เล่าใหม่
bulletภาพเก่า เล่าอดีต
bulletแปลนการก่อสร้าง
bulletวัดไทยเชตวันฯ ปี๒๕๕๕
bulletงานกฐินวัดบุพพาราม
bulletอาคาร “อนาถบิณฑิกเศรษฐี”
bulletงานกฐินพระราชทาน ปี 55
bulletงานกฐินพระราชทาน ปี 56
dot
พระสูตรที่ทรงสอนที่เชตวัน
dot
bulletโปฏฐปาทสูตร
bulletมหาปทานสูตร
bulletลักขณสูตร
bulletธชัคคสูตร


เฟสบุ๊ควัดไทยเชตวันมหาวิหาร นครสาวัตถี
วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้พระพุทธเจ้า
วัดไทยลุมพินี ราชอาณาจักรเนปาล
วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย
พุทธวิหาร สาลวโนทยาน ๙๖๐ ชายแดนประเทศอินเดีย-เนปาล
ชีวิตและงานพระธรรมทูตไทยในอินเดีย ดร.พระมหาคมสรณ์
วัดไทยพุทธคยา พิหาร อินเดีย


ภูมิพโลภิกขุ

ภูมิพโลภิกขุ

พระราชฉายาบัฏ
ที่ ๑๕๘๒
เมื่อปี ๒๔๙๙ แต่ปรินิพพานแห่งพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ล่วงไปแล้ว
ในปีปัจจุบันที่ ๒๕๐๐ เมื่อ ณ วันจันทร์ สุรทินที่ ๒๒ ตุลาคมมาส วัสสานฤดู
ล่วงเวลา ๔ นาฬิกา ๒๓ นาที แต่เที่ยง
ภิกษุ พระนามว่า ภูมิพละ อุปสมบทแล้วในพัทธสีมาแห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ครั้นล่วงเวลา ๕ นาฬิกา ๔๓ นาที แต่เที่ยง
ทำทัฬหิกรรม ณ พัทธสีมาแห่งพระพุทธรัตนสถาน
มีท่านสุจิตตะ เป็นพระอุปัชฌายะ
ท่านอุฏฐายี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ฯ
ขอภูมิพลภิกษุนั้น จงทรงถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระธรรมวินัย
ที่พระตถาคตเจ้าทรงประกาศแล้ว
อนึ่ง ขอภูมิพลภิกษุนั้น ทรงดำรงอยู่ในความเป็นอัครพุทธศาสนูปถัมภก์
จงทรงอุปถัมภ์จัดแจงทะนุบำรุงเพื่อความงอกงามไพบูลย์แห่งพระพุทธศาสนา เทอญ ฯ
ภูมิพโลภิกขุ
ก่อนหน้าพระราชพิธีทรงผนวชเพียงวันเดียว คือวันที่ ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ อาการประชวรของสมเด็จพระสังฆราชเจ้าทรุดหนักลงอย่างน่าวิตก มีพระอาการไข้สูงจนถึงไม่รู้สึกพระองค์ ปรอทขึ้นถึง ๔๐องศาเซลเซียสเศษ เป็นที่กังวลห่วงใยกันทั่วไปว่าจะไม่สามารถเสด็จไปทรงปฏิบัติหน้าที่พระราชอุปัธยาจารย์ในวันรุ่งขึ้น ครั้นถึงวันทรงผนวช สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากลับทรงฟื้นขึ้นเป็นปรกติอย่างน่าอัศจรรย์ และเสด็จไปทรงปฏิบัติหน้าที่พระราชอุปัธยาจารย์ได้ครบถ้วน แม้ว่าพระองค์จะต้องประทับอยู่ในพระราชพิธี ตั้งแต่เวลา ๑๔:๓๐ น. จนกระทั่งถึงเวลา ๑๙:๓๐น. จึงเสด็จกลับถึงวัดบวรนิเวศวิหารพร้อมด้วยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฝ่ามหาชนซึ่งแวดล้อมแน่นขนัดมาได้โดยเรียบร้อย รวมเป็นเวลาถึงห้าชั่วโมงก็ตาม ก็มิได้ทรงมีพระอาการผิดปรกติแต่อย่างใด แสดงให้เห็นถึงพระทัยอันเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งของพระองค์ในอันที่จะทรงปฏิบัติพระกรณียะอันสำคัญนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปให้จงได้ ทั้งนับได้ว่า เป็นพระบุญญาภินิหารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยแท้
ขณะประทับรถยนต์พระที่นั่งกับพระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจากพระบรมมหาราชวังถึงวัดบวรนิเวศวิหาร ได้มีการจัดรถหมอให้แล่นตามหลังรถพระที่นั่งและให้คอยสังเกตองค์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ถ้าเห็นพระเศียรฟุบก็ให้รีบเข้าไปแก้ไขทันที และครั้งหนึ่งได้เห็นพระเศียรฟุบลง รถหมอจะแทรกเข้าไปอยู่แล้ว ก็พอดีเห็นเงยพระเศียรขึ้นเป็นปกติเลยไม่เกิดอลหม่าน ทราบกันภายหลังว่า ทรงก้มลงหยิบอะไรบางอย่างที่ตกลงไป
เนื่องในการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกทรงผนวชครั้งนี้ ได้ทรงพระอนุสรณ์คำนึงถึงพระคุณูปการอันอเนกของสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ พระสังฆราช ผู้ได้ทรงปฏิบัติหน้าที่พระราชอุปัธยาจารย์ ทั้ง ๆ ที่มีพระอาการประชวรทุพพลภาพ ได้เอาพระทัยใส่ในอันที่จะถวายความรู้ทางพุทธศาสนาและถวายโอกาสให้ได้ทรงปฏิบัติสมณกิจให้ได้ผลเต็มตามภิกขุภาวะเป็นนานับปการ จึงได้มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาพระอิสริยศ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ขึ้น ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๙
ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังมีพระเถรานุเถระที่ได้ปฏิบัติการสนองพระเดชพระคุณเป็นพิเศษ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา คือ
สมเด็จพระวันรัต (ปลด กิตฺติโสภโณ) สังฆนายก เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร พระอนุศาสนาจารย์ ดำรงสมณศักดิ์สุดขีดอยู่แล้ว ต่อมาเมื่อวันพระราชพิธีฉัตรมงคล ๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๓ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระศาสนโศภน (จวน อุฏฐายี) เจ้าอาวาสวัดมกุฏกษัตริยาราม พระกรรมวาจาจารย์ โปรดให้เป็น สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ต่อมาในวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๘ ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๑๖ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร ทำหน้าที่รับเสด็จดูแลแทนเจ้าอาวาสเป็นครั้งคราวที่เจ้าอาวาสประชวร แต่ดำรงสมณศักดิ์สูงอยู่แล้ว
พระโศภณคณาภรณ์ (เจริญ สุวฑฺฒโน ป.๙) วัดบวรนิเวศวิหาร พระพี่เลี้ยงฉลองพระเดชพระคุณใกล้ชิดตลอดเวลา เป็นพระธรรมวราภรณ์ พระราชาคณะชั้นธรรม ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ สมเด็จพระญาณสังวร และในวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๒ทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก คือสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ปัจจุบัน นับเป็นพระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
ส่วนพระราชาคณะในวัดบวรนิเวศวิหารรูปอื่น ๆ ก็ได้มีหน้าที่ถวายการสั่งสอนหรือสนองพระเดชพระคุณใกล้ชิดอย่างอื่น ๆ อีก ทุกรูปที่มีทางเลื่อนสมณศักดิ์ได้ก็โปรดพระราชทานเลื่อนขึ้นเป็นพิเศษในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาศก ๒๔๙๙ แล้วเหมือนกัน
อ้างอิง พระราชพิธีและพระราชกรณียกิจในการทรงพระผนวช ๒๒ ตุลาคม - ๕ พฤศจิกายน ๒๔๙๙
คณะกรรมการโครงการบูรณปฏิสังขรณ์วัดบวรนิเวศวิหารในพระบรมราชูปถัมภ์
จัดพิมพ์เนื่องในมหามงคลทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี

 







Copyright © 2013 สงวนลิขสิทธิ์ภาพและบทความที่จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์
วันแรมทาง
ติดต่อเรา
Wat Thai Chetavan Maharvihar Sravasti Balrampur - Baharaich Road, Vill.Ghughulpur, P.O.,Deoria Distt.Balrampur, U.P., INDIA. PIN:271202 Tel: +919621-626090
อีเมลล์ : cetvan939@gmail.com โทรศัพท์ : (91) 9621-626090, (91) 5263-241009
สนับสนุนการจัดทำเว็บไซด์โดย Wanramtang.Com

free web stats